Scoop : คุยเรื่องการทำสารคดี กับพัฒนะ จิรวงศ์
เด็กกองถ่าย เรียบเรียง
....................................................................................................................
หลายๆ คนคงจะรู้จักสารคดีเป็นอย่างดีนะครับ และหลายๆ คนที่ไม่เคยทำสารคดีมาก่อน แล้วสนใจอยากทำ ก็คงอยากจะรู้ว่าจะทำสารคดีแต่ล่ะเรื่อง จะต้องทำอย่างไรบ้าง? เด็กกองถ่ายก็เลยพาไปพูดคุยกับคุณพัฒนะ จิรวงศ์ นักทำสารคดีสั้น(และยาวบ้าง)ที่หลายๆ คนซึ่งชอบดูหนังสั้นน่าจะรู้จักชื่อของเขาดี เพราะเขาเคยทำหนังสารคดีเรื่อง Looking through the glass ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขารัตน์ เปสตันยี จากการประกวดหนังสั้นของมูลนิธิหนังไทยมาแล้ว และสารคดีหลายเรื่องของเขาก็ได้ไปอีกหลายรางวัลและได้อวดโฉมในประเทศต่างๆ อีกด้วย วันนี้เขาจะมาช่วยให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ แก่คนที่สนใจทำสารคดีครับ
ถาม พี่ตั้มมีคำแนะนำอะไรดีๆ สำหรับคนที่จะทำหนังสารคดีเรื่องแรกไหมครับ?
พี่ตั้ม สำหรับคนที่จะทำสารคดีเรื่องแรก พี่ว่า..หนึ่งเลยคือต้องสนใจในเรื่องที่เราจะทำจริงๆ และต้องคิดอยู่เสมอว่าเรามีเวลาให้กับมันเต็มที่ สิ่งสำคัญในการทำสารคดีคือการเข้าไปอยู่กับมัน กับเรื่องนั้นๆ นั่นก็คือการที่เราจะต้องหาข้อมูล ข้อสำคัญในการทำสารคดีก็คือ ถ้าเราไม่เตรียมข้อมูลให้เยอะเนี่ย เราก็จะไม่รู้ว่าจะถ่ายอะไร และเมื่อเราไม่รู้ว่าจะต้องถ่ายอะไร มันก็มีสองอย่างคือหนึ่ง ถ่ายทุกอย่างเลย สองคือ ไม่ถ่ายอะไรเลยเพราะว่าไม่รู้ อย่างแรกมันยังโอเคไง เพียงแต่ว่าถ่ายมาเยอะมันก็จะเปลือง เปลืองเทปเปลืองเวลา แต่เมื่อเรารู้ว่าเราจะถ่ายอะไร สโคปเรื่องเป็นยังไง เพราะเรามีข้อมูล เราก็เรียกว่า ตามใคร งานมันก็จะง่ายขึ้น
ถาม แล้วถ้าคนมีเทปจำกัดล่ะครับ แล้วต้องถ่ายเลือกๆ หน่อย
พี่ตั้ม ถ้าจำเป็นต้องถ่ายเลือก ถ้ามีเทปน้อยใช่ม๊ะ? เมื่อเราถ่ายมา เราก็รีบเอาลงเครื่องคอมตัดต่อ แล้วก็ถ่ายทับ เอาเทปมาใช้ใหม่ อันนี้ก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะประหยัดเงิน แต่ถ้าเกิดเมื่อเราไปถึงสถานที่ ถึงโลเคชั่น ถึงตัวซับเจ็คท์ (หมายถึงบุคคลหลัก ที่เราสนใจจะถ่ายทอดเรื่องราวของเขาในสารคดี) แล้วเนี่ย ถ้าเทปน้อย จะเลือกซุ่มถ่ายยังไงดีใช่ม๊ะ? หนึ่งคือเราต้องมีเรื่องอยู่ในใจก่อน คืออย่างไปคิดว่าสารคดี ความคิดพี่นะ อย่าไปคิดว่ามันจะต้องเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสดๆ แต่เราควรจะมีโครงเรื่องอยู่ในใจ เหมือนหนังเล่าเรื่อง มีองค์หนึ่ง องค์สอง องค์สาม คิดในหัวก่อนเลยว่า จะเริ่มเรื่องยังไง จะจบเรื่องยังไง นี่คือสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ แต่ระหว่างทางอาจจะได้ไม่ได้ก็ไม่รู้ อย่างน้อยเมื่อมันมีโครง เอ๊ะ เกิดไอ้นี่ขึ้น เราควรจะถ่าย หรือเกิดไอ้นี่ขึ้นเราไม่ควรจะถ่าย ทำนองนี้...แล้วก็ เออ อีกอย่างก็คือ ถ้าเกิดเราทำการบ้านมาดีเนี่ย สมมุติเราจะตามซับเจ็คท์ เราสนิทกับเขาใช่ไหม? คือสารคดีเราควรจะสนิทกับตัวซับเจ็คท์ของเรา ถ้าพรุ่งนี้จะไปถ่ายแล้วเราไปถามเขา พรุ่งนี้คุณจะไปไหน แล้วจะเกิดอะไรกับชีวิตคุณบ้าง เราก็จะสามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้ ว่าน่าจะเกิดเรื่องประมาณนี้ แล้วก็ถ่ายไปตามนั้น แต่ว่าถ้ามันไม่เกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร หรือถ้ามันเกิดเรื่องไม่คาดฝันสำหรับเรา มันก็เป็นเรื่องของการตัดสินใจแล้วล่ะว่า เราจะทำอย่างไร
|