++ การเตรียมงานสร้างภาพยนตร์ (Pre-production) ตอนจบ ++

โดย Resolution

ตารางเวลางานสร้าง (Production Schedule)
ตารางงานสร้างเป็นเครื่องมือบริหารที่จะช่วยให้การจัดการสิ่งต่างๆเป็นไปอย่างมีประสิทธิ์ภาพ

ตารางงานสร้าง (Production Board)
ตารางงานสร้างจะทำให้เราเห้นภาพรวมและรายละเอียดของแต่ละฉากอย่างรวดเร็ว คอลัมน์ในแนวดิ่งแทนฉากหนึ่งฉากและสามารถโยกย้ายได้ โดยการโยกย้ายที่เกิดขึ้นก็เพื่อการบริหารคิวการถ่ายทำ และลดค่าใช้ที่ไม่จำเป็นทิ้งไป

เพื่อที่จะทำให้การบริหารงานเป็นไปได้อย่างเหมาะสมที่สุด ผู้จัดการงานสร้างจะพิจารณาว่า ใช้เวลาในการถ่ายทำหนึ่งซีเควนซ์นานเท่าใด ยกตัวอย่างเช่น ในความเป็นจริงเป็นการยากที่จะสามารถถ่ายทำหนังความยาวมากกว่า 3 นาทีได้ภายในหนึ่งวัน หรือ 5 นาทีสำหรับละครโทรทัศน์ จริงๆก็มีข้อยกเว้นบ้างถ้าจะถ่ายทำให้เร็วกว่านั้น แต่นั่นหมายความว่า คุณจะต้องสังเวยด้วยความพิถีพิถันในเนื้องาน ที่ต้องเสียไปกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น

เอาง่ายๆ อย่างหนึ่งแน่ๆที่คุณจะต้องสังเวยก็คือการถ่ายช็อตที่ต้องเคลื่อนกล้อง ยิ่งถ้าเป็นการเคลื่อนกล้องที่ซับซ้อน เช่นการถ่ายด้วยการใช้เครน ซึ่งต้องอาศัยการทดสอบอย่างน้อย 3-4 ครั้งจนพอใจ และทำให้เวลาทำงานยืดออกไปอีก ช็อตที่ซับซ้อนเหล่านี้อาจจะใช้เวลาเป็นวันในการเซ็ตอัพ แต่ขึ้นจอด้วยเวลาเพียงไม่กี่วินาที

การเลือกสถานที่ถ่ายทำในสตูดิโอหรือสถานที่จริง ก็มีส่วนสำคัญมากสำหรับการวางแผนงาน การถ่ายทำในสตูฯต้องใช้ชุดไฟในการจัดแสง และไอ้การจัดแสงนี่แหละที่ต้องใช้เวลามาก ตารางการถ่ายทำอาจจะถึงขั้นที่ไปมีผลกับสไตล์การจัดแสงได้เหมือนกัน แสงที่มีความนุ่มนวล มักจะถูกหยิบมาใช้งาน (แบบไม่ต้องคิดมาก) เสมอเพื่อเป็นการประหยัดเวลาในการถ่ายทำ

การถ่ายทำนอกสถานที่ก็ใช้เวลาเหมือนกัน เพราะแสงอาทิตย์แม้มีประสิทธิภาพสูงก็จริง แต่ ควบคุมยาก เป็นไปได้ที่ผู้กำกับภาพจะใช้แสงนุ่มนวลหรือแสงจากแผ่นสะท้อนแสงเพื่อ Fill ส่วนที่เป็นเงาในขณะถ่ายทำ ปัญหาหลักๆของการถ่ายทำนอกสถานที่ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศ ลองนึกภาพที่หนังซีเควนซ์เดียวกันแต่ต้องถ่ายทำคนละวัน วันแรกแดดเปรี้ยงความเปรียบต่างของแสงและเงามีมากมายมหาศาล แต่วันถัดมาแสงฟุ้งที่เกิดจากเมฆปกคลุม ทำให้อารมณ์ของภาพไม่ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า แค่นี้ก็ตายแล้ว

ฉะนั้นผู้จัดการงานสร้างจึงมักจะดูพยากรณ์อากาศไว้คร่าวๆและเตรียมพร้อมรับมืออยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงก็คงจะต้องเผื่อ วันเก็บตก (Pick-up days) ไว้ด้วยเสมอ

วันถ่ายเก็บ (Pick-up days)
วันถ่ายเก็บเป็นวันที่ถูกเผื่อเอาไว้เก็บงานถ่ายทำที่นอกเหนือจากจากตารางงานสร้าง อาจจะเป็นส่วนที่งอกมาใหม่ตามความคิดของผู้กำกับ หรือเป็นส่วนที่พลาดไปจากที่ตารางได้กำหนดไว้ วันที่ใช้ในการเก็บตกเหล่านี้จะถูกเผื่อไว้ท้ายตาราง สำหรับแต่ละโลเกชัน (ไม่ใช่รวมมาไว้ท้ายสุดทีเดียว ซึ่งหมายความว่ากองถ่ายจะต้องยกออกไปถ่ายเก็บตามโลเกชันต่างๆที่เคยผ่านมาแล้ว...ฉะนั้นอย่าทำ) ดังตัวอย่างข้างล่าง

สัปดาห์แรก
ถ่ายทำ จันทร์ - พฤหัสฯ / โลเกชันที่ 1
วันถ่ายเก็บ ศุกร์และเสาร์ (ถ้าจำเป็น)
หยุด อาทิตย์

ตารางงานสร้างข้างต้นไม่ได้รวมไปถึงวันเดินทางระหว่างแต่ละโลเกชัน วึ่งต้องใช้ความระมัดระวังในการวางแผน และโดยส่วนใหญ่ทีมงานควรจะได้พักผ่อนในวันเดินทางไปด้วยเลย

ศาสตร์และศิลป์ในการวางแผนงาน

ผู้จัดการงานสร้างที่ขาดประสบการณ์มักจะไม่เผื่อวันถ่ายเก็บไว้ในตารางงาน หรือวางแผนงานที่จะให้ทำงานถ่ายทำเกิน3 นาที ตามความยาวฟุตเตจ(ที่ใช้ได้) หรือแม้กระทั่งการถ่ายทำในวันที่จะต้องเดินทาง

การที่ปล่อยให้กองถ่ายทำงานด้วยเวลาที่นานเกินไปสำหรับแต่ละโลเกชันก็ไม่ใช่เรื่องดี เพราะทีมงานจะล้าและเริ่มผิดพลาดเยอะขึ้น และชั่วโมงการทำงานอันยาวนานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ทีมงานทำงานด้วยประสิทธิภาพและความพิถีพิถันลดลง ดังนั้นการจัดให้มีเวลาพักผ่อนที่เพียงพอสำหรับทีมงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็มีผลต่อการจัดตารางงาน อันได้แก่

1. เสียง - การถ่ายในสถานที่จริงด้วยการ Sync เสียงทำได้ยากเนื่องจากสถานที่จริงส่วนมากมักจะไม่สามารถควบคุมเสียงรบกวนได้ หรือถ้าได้ก็ต้องใช้ความพยายามและเวลามากมาย การพากย์เสียงทับในขั้นตอนโพสต์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ก็ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งผู้จัดการงานสร้างก็ต้องไปชั่งดูอีกทีหนึ่งว่าคุ้มไหมกับการประหยัดเวลา

2. เวลาเริ่มงานและเลิกงานของแต่ละวัน - การเริ่มถ่ายทำแต่เช้ามีข้อดีตรงที่ไทยมุงน้อย (เพราะตื่นสาย) ไม่พลุกพล่าน จอแจ ควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ง่ายกว่า เสียงรบกวนก็น้อยกว่า แต่ก็อาจจะมีปัญหาบ้างถ้าช่วงเวลานั้นไม่ได้ถูกกำหนดไว้โดยบทหนัง

3. ขนาดของกองถ่าย - ข้อผิดพลาดอีกประการณ์หนึ่งของผู้จัดการงานสร้างหรือผู้อำนวยการสร้างมือใหม่ก็คือ การใช้ทีมงานจำนวนน้อยเกินไปไม่เหมาะสมกับปริมาณงานที่เกิดขึ้นจริง เป็นไปได้ยากมากที่ทีมงานหนึ่งคนจะทำงานหลายๆงาน ได้ดีในเวลาเดียวกัน (ถึงทำได้ก็ควรจะโวยขอเงินค่าแรงเพิ่ม) ข้อผิดพลาดที่เกิดในลักษณะนี้อาจจะส่งผลเสียต่อตัวงาน และทำให้เสียเงินและเวลามากกว่าที่คาดคิด

4. การจัดสร้างฉาก และ การรื้อฉาก - อันนี้มักจะถูกมองข้ามเสมอๆทั้งที่เป็นกิจกรรมที่ใช้เวลามาก นอกเหนือ จากงานถ่ายทำ ดังนั้นจึงไม่ควรละเลยจุดนี้

หากมาพิจารณากันจริงๆการทำพรีฯ นั้นใช้เวลามาก โดยปกติก็เพื่อความละเอียดรอบคอบเมือ่งานสร้างเริ่มต้นจริงๆ เพราะแต่ละวินาทีที่ผ่านไปหมายถึงงบที่ลดลงตลอดเวลา ผู้อำนวยการสร้างจำนวนมากใช้เวลาอย่างน้อย 5 วันสำหรับการทำพรีฯ เพื่อที่จะวางตารางการถ่ายทำสำหรับงานสร้างหนึ่งวันอย่างละเอียดรอบคอบ ฉะนั้นการถ่ายทำ 3 สัปดาห์จะต้องใช้เวลาทำพรีฯจริงๆถึง 15 สัปดาห์ มีหนังน้อยเรื่องมากที่ทำพรีฯกันสั้นแต่งานออกมาดี และสิ่งที่ควรจะจำไว้อย่างยิ่งก็คือ ยิ่งวางแผนละเอียดรอบคอบ(แต่ยืดหยุ่นและสมจริง) มากเท่าไร ปัญหาทั้งเรื่องเวลา, เทคนิค และงบประมาณที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงขั้นตอนการถ่ายทำจะลดลงมาก และรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดีกว่า อย่าลืมว่างานทำพรีฯนั้นใช้เงินน้อยกว่าการถ่ายทำมาก ดังนั้นเสียเวลาเตรียมงานให้มากหน่อย จะช่วยให้คุณลดปัญหานรกแตกที่อาจจะเกิดขึ้นได้เยอะเลยครับ

และพบกันใหม่ในคราวหน้ากับ ช่วงงานสร้าง (Production) ครับ