++ การเตรียมงานสร้างภาพยนตร์ (Pre-production) ตอนที่ 2 ++
โดย Resolution
เมื่อตอนที่แล้วเราได้กล่าวถึงขั้นตอนการพัฒนาบทค้างเอาไว้ที่บทถ่ายทำ กับมุมกล้องพื้นฐานหลายๆแบบ ครั้งนี่เราจะมาสานต่อเนื้อหาจากคราวที่แล้วครับก็อย่าเพิ่งอ้วกซะก่อนล่ะ ยังมีเนื้อหาอีกเยอะที่ต้องรู้เกี่ยวกับการทำหนัง อดทนกันหน่อยครับ จริงๆแล้วก็ไม่รู้ว่าทำกรรมไว้หรือเปล่า ที่ผมต้องมายุ่งเกี่ยวกับหนังในชาติภพนี้ ผมบอกได้เลยว่างานสร้างหนังไม่หมูหรอกครับ ถ้าจะทำให้ดี แต่ถ้าจะทำงานโดยเอางานด้านเทคนิคภาพนำหน้าก็ได้ แต่งานคุณก็จะไม่ต่างไปจากเสื้อผ้าที่ขายกันอยู่แถวโบ๊เบ๊ หรอกครับ ว่าแล้วก็เข้าเรื่องของเราดีกว่า
3. ภาพบรรยายบท (Storyboard)
คงเป็นเรื่องตลกร้ายน่าดูสำหรับคนทำหนังที่ต้องสร้างภาพขึ้นจากบทหนัง ในขณะที่บทหนังเป็นภาษาพูดและเขียนไม่กี่บรรทัด แต่ตอนถ่ายทำดันยาวเป็นฉากๆ ถ่ายกันหลายวัน เพื่อให้การทำงานง่ายขึ้น หนังส่วนใหญ่เลือกที่จะต้องใช้บริการของ ศิลปินภาพบรรยายบท (storyboard artist) มาทำการร่างภาพต่างตามที่บทจินตนาการเอาไว้ โดยการสรุปย่อรวบยอดจากความคิดผู้กำกับและผู้กำกับภาพอีกทีหนึ่ง โดยขั้นตอนการวาดภาพนั้นก็ต้องประสานงานกับทีมจัดเครื่องแต่งกาย และของประกอบฉากด้วย เพื่อให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง
ภาพหนึ่งภาพสามารถที่จะถูกบรรจุไว้ด้วยองค์ประกอบสำหรับการวางมุมกล้อง การเลือกขนาดภาพ มุมของแสง แนวการเลื่อนกล้อง หรือตัวละครอย่างคราวๆ เพื่อผู้กำกับจะได้คุมโทนหนังทั้งหมดให้อยู่ในมือให้ได้มากที่สุด และให้ทีมงานนึกภาพออกว่าผู้กำกับต้องการอะไร และพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่
ข้อเสียของมันก็มีนะครับ ในกรณีที่มันเป็นการดีไซน์ช็อตมากจนเกินงาม หนังทั้งเรื่องจะกลายเป็นหนังที่ดัดจริตมาก หรือหลายๆครั้งกลายเป็นหนังโฆษณา เรื่องยาวอย่างที่หนังไทยหลายเรื่องเป็น
และก็ไม่เสมอไปที่การทำงานตามภาพที่ร่างเอาไว้จะทำให้งานออกมาดี ผู้กำกับบางคนที่มีทักษะทางภาพแข็งแรง และพื้นฐานเชิงเทคนิคแน่นๆ หรือผู้กำกับที่มีพรสวรรค์ พวกเขาเหล่านี้มักจะไป "รู้สึก" ถึงฉากนั้นๆที่จะถ่ายทำได้ที่โลเกชัน ซึ่งข้อด้อยคือ ทีมงานจะไม่รู้ล่วงหน้ามากนักว่าจะต้องทำอะไรบ้าง เตรียมอะไรบ้าง และนอนไม่ค่อยหลับ..
ยังไงก็ตาม มีสตอรี่บอร์ดไว้ดีกว่าไม่มี อย่างน้อยจะได้รู้ว่ายังขาดอะไร หรือมีส่วนเกินตรงไหน แต่อย่าไปยึดติดมันมากจนเกินไป
เหล่าบุคคลที่เกี่ยวของกับงาน Pre-production
ผู้จัดการงานสร้าง (Production manager)
ผู้จัดการงานสร้างเป็นตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวกับการสร้างสรรค์หนังเลยแต่จะ ทำหน้าที่บริหารทุกๆอย่างสำหรับงานสร้างตั้งแต่ การใช้จ่ายเงินทุน หาทีมงาน ติดต่อโลเกชัน ตารางทำงาน การขนส่ง เช่าเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ที่จำเป็น สอดส่องดูแลกองถ่ายทั้งหมด รวมถึงการแก้ปัญหาเชิงบริหารจัดการทุกๆอย่างเพี่อให้การถ่ายทำเป็นไปด้วยความราบรื่นที่สุด ผู้จัดการงานสร้างที่ดีนั้นจะรับผิดชอบงานเหล่านี้ทั้งหมด เพื่อที่ผู้กำกับและผู้อำนวนการสร้าง รวมถึงฝ่ายสร้างสรรค์งานต่างๆ ทำงานของตนเองได้อย่างเต็มประสิทธิภาพโดยที่ไม่ถูกรบกวนจากเรื่องจุกจิกต่างๆ
ทีมสำรวจโลเกชัน (location scout)
ทีมงานสำรวจหาโลเกชันที่ถูกกำหนดไว้ตามท้องเรื่งนั้นส่วนใหญ่ จะได้รับการว่าจ้างเพียงช่วงก่อนถ่ายทำเท่านั้น โดยทีมงานจะได้โจทย์กำหนดจากผู้กำกับ หรือผู้กำกับศิลป์ โครงการหนังเรื่องหนึ่งๆอาจจะใช้หลายๆทีมในการหาโลเกชันก็ได้เพื่อให้ได้โลเกชันที่ถูกต้องตรงกับในบทมากที่สุด หลังจากที่ได้โลเกชันต่างๆแล้วผู้กำกับและผู้กำกับศิลป์จะตัดสินใจเลือกสถานที่ๆเหมาะที่สุด สำหรับฉากต่างๆ จากนั้นก็มาเกลาบทและสตอรี่บอร์ดให้สามารถใช้ประโยชน์จากโลเกชันนั้นๆให้มากที่สุด
ผู้จัดการขนส่ง (Transportation manager)
จะดูแลเรื่องการขนส่งเครื่องมือ อุปกรณ์ รวมถึงคนงาน ตัวแสดงทั้งหมด แต่ในกองถ่ายเล็กๆ นั้นทุกๆอย่างจะได้รับการจัดการโดย ผู้จัดการงานสร้าง
ฝ่ายบัญชีงานสร้าง (Production Account)
งานสร้างหนังนั้นเป็นงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับเงินก้อนใหญ่ดังนั้นฝ่ายบัญชีที่มีขึ้นนั้นก็เพื่อควบคุม และตรวจสอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ให้งานสร้างผลาญเงินจนเกินงบที่กำหนดไว้ โดยที่ฝ่ายบัญชีจะรายงานต่อผู้อำนวยการสร้างโดยตรง และถ้าค่าใช้จ่ายเริ่มเกินงบ นั่นอาจจะทำให้ผู้อำนวยการสร้าง ปรับแผนการทำงานใหม่เพื่อหยุดยั้งหรือจำกัดความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ให้บานปลายจนใหญ่โต
ผู้จัดการฝ่ายสถานที่ถ่ายทำ (Unit or Location manager)
จะทำหน้าที่หลายๆเรื่องแทนผู้จัดการงานสร้าง เมื่อถึงเวลายกกองไปยังโลเกชันที่กำหนด ผู้จัดการฝ่ายสถานที่ถ่ายทำจะดูแลเรื่องการขออนุญาตในการใช้สถานที่ถ่ายทำ กับเจ้าของสถานที่ ตำรวจ ฯลฯ
ผู้ประสานงานสร้าง, เลขานุการ และ ผู้ช่วยงานสร้าง ( Production co-ordinator, secretary and Production assistant)
ผู้ประสานงานสร้าง และผู้ช่วยงานสร้างนั้นจะทำงานขึ้นตรงต่อผู้จัดการงานสร้าง โดยมีหน้าที่ในการจัดการงานเอกสารจำนวนมโหฬาร รวมถึงการแก้ไข และพิมพ์บทใหม่ในช่วงถ่ายทำ การจัดเก็บเอกสารและมีเลขาฯเป็นลูกมือ งานจัดเก็บเอกสารที่ดีและสามารถตรวจสอบได้ตลอดถึงการเข้า-ออก ของเอกสาร จะทำให้งานสร้างเป็นไปอย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพ และมีข้อผิดพลาดน้อย เช่นเมื่องาน Post-production มาถึง ทีมทำงานโพสต์ จะต้องรู้ว่ามีกี่ช็อตที่วางแผนที่จะถ่ายทำ และช็อตที่ถ่ายทำจริงนั้นตรงกันหรือไม่ มีแก้ไขที่ไหนบ้าง ซึ่งไม่มีทางทีทีมโพสต์จะทำงานได้เร็วหารไม่มีการจดบันทึก ที่ละเอียดเพียงพอ
โปรดติดตามต่อไปครั้งหน้าในตอนที่ 3 กับงานเตรียมการสร้างครับ
|